






การเสวนาชี้ให้เห็นถึงบทบาทของเทคโนโลยี AI และ Cloud Computing ในการเปลี่ยนแปลงงานด้านบัญชี การเงิน และการบริหารจัดการข้อมูลขององค์กร โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วนเข้าร่วมเสวนา ได้แก่ ภาคการเงิน: คุณขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย ภาคพลังงานและอุตสาหกรรม: คุณภัทรลดา สง่าแสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และภาคการให้คำปรึกษา: คุณปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย และดำเนินรายการ โดยรองศาสตราจารย์ ดร.เกรียงไกร บุญเลิศอุทัย
1. บทบาทของ AI และดิจิทัลในภาคการเงิน
AI สามารถนำมาใช้ช่วยงานด้านการเงินและบัญชี แต่ไม่ได้หมายถึง AI จะเข้ามาแทนที่คน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เช่น การใช้ RPA สำหรับงานที่ซ้ำซ้อน และใช้ AI เพื่อการคาดการณ์ด้านรายได้ ต้นทุน และความเสี่ยง ประโยชน์สำคัญ คือการทำให้ข้อมูลถูกต้อง ทันเวลา และช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อน ส่งผลให้พนักงานมีเวลาไปทำงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์มากขึ้น
AI คือเครื่องมือ ไม่ใช่ตัวแทนมนุษย์
• AI และ RPA ไม่ได้เข้ามาแทนคน แต่ช่วยลดงานซ้ำซ้อน
• ทำให้ข้อมูลมีความถูกต้อง ทันเวลา และเป็น Single Source of Truth
• AI ช่วยปลดล็อกเวลาให้บุคลากรหันไปทำงานเชิงวิเคราะห์และสร้างคุณค่าใหม่ ๆ
2. การขับเคลื่อนเทคโนโลยีในภาคพลังงานและอุตสาหกรรม
การประยุกต์ใช้ดิจิทัลและ AI ในธุรกิจพลังงานและปิโตรเคมีที่มีมูลค่าธุรกรรมทางธุรกิจต่อไปที่สูงมาก ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงาน หากไม่มีเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยก็ทำให้เสียงความสามารถในการแข่งขันได้ ปตท. จึงวางกลยุทธ์ด้าน Business Strategy และ Digital & AI Strategy ควบคู่กัน พร้อมกำหนด Digital & AI Transformation Roadmap ถึงปี 2029 ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มได้ถึง 12,000 ล้านบาท ในอีก 5 ปีข้างหน้า
การใช้เทคโนโลยีในธุรกิจพลังงานและปิโตรเคมี
• การเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลดทรโนโลยีต้องขับเคลื่อนจากระดับผู้นำ (Tone from the Top) และสร้างการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องในระดับบริหารและปฏิบัติการ
• ธุรกิจที่มีมูลค่าธุรกรรมมหาศาลและมีความผันผวนสูง หากไม่ใช้ดิจิทัลและ AI จะไม่สามารถแข่งขันได้
• ปตท. มีการจัดทำ Digital & AI Transformation Roadmap ถึงปี 2029 ตั้งเป้าสร้างมูลค่าเพิ่มกว่า 12,000 ล้านบาท
3. มุมมองจากภาคการให้คำปรึกษา
ภาพรวมการเปลี่ยนแปลงในระดับโลก จะเห็นได้ว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นรวดเร็วและจะยิ่งเร่งตัวขึ้น ปัจจัยสำคัญคือพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น และเทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยเฉพาะ AI และ Cloud ทำให้บทบาทของ CFO ต้องเปลี่ยนจากการดูแลตัวเลข ไปสู่การเป็น Strategic Advisor ที่ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีในการสร้างคุณค่าและขับเคลื่อนกลยุทธ์องค์กร
บทบาทใหม่ของ CFO และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง
• ย้ำว่าโลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว CFO ต้องปรับจาก “ผู้ดูแลตัวเลข” ไปสู่ “Strategic Advisor”
• ปัจจัยหลักของ Disruption ได้แก่ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ต้นทุนการเงินที่สูงขึ้น และความก้าวหน้าของเทคโนโลยี
• การสร้าง Value Creation ต้องเป็นเป้าหมายหลัก ไม่ใช่เพียงการควบคุมต้นทุน
Use Case จริงในองค์กรในปัจจุบัน
• มีการนำ AI ไปใช้ในด้านการอนุมัติสินเชื่อ การตรวจจับทุจริต และการวิเคราะห์งบการเงิน
• ใช้ AI ให้ช่วยสรุปมาตรฐานบัญชีและข้อมูลเชิงลึก ช่วยย่นเวลาในการปิดบัญชี
• AI ช่วยสนับสนุนการทำงานของผู้บริหารด้วยข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว
ปัจจัยความสำเร็จ
• กลยุทธ์และเทคโนโลยีต้องเดินควบคู่กัน และเชื่อมโยงกับเป้าหมายธุรกิจ
• พัฒนาทักษะดิจิทัล (Digital Literacy) และ Reskill/UpSkill บุคลากร
• Reimagine Process – ไม่ใช่ทำงานแบบเดิมด้วยเทคโนโลยีใหม่ แต่ต้องออกแบบกระบวนการใหม่
• ผู้นำต้องผลักดันและสร้างวัฒนธรรมการเปลี่ยนแปลง
ข้อสรุป
AI และ Cloud ไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นความจำเป็นสำหรับองค์กร ในการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างคุณค่าทางธุรกิจ องค์กรที่สามารถนำเทคโนโลยีมาผนวกกับกลยุทธ์และการพัฒนาคน จะเป็นผู้ที่สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในอนาคต ซึ่งบทบาทของผู้นำองค์กรและ CFO ก็ต้องปรับเปลี่ยนไปสู่การใช้ข้อมูลเชิงลึกและเทคโนโลยี เพื่อสร้างคุณค่าในระยะยาว