New Normal กับนักบัญชี

New Normal กับนักบัญชี

            ถึงแม้ในปัจจุบันการระบาดของไวรัส COVID-19 จะเริ่มบรรเทาเบาบางลง มีผู้ติดเชื้อน้อยลง ผู้คนเริ่มกลับเข้าสู่การใช้ชีวิตปกติ “ที่ดูแล้วไม่ค่อยปกติ” จึงทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าโลกหลังยุค Post COVID-19 จะส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นต่อวิถีชีวิตของผู้คนอย่างไรทั้งในแง่พฤติกรรมและการดำเนินทางธุรกิจ ซึ่งในหลายองค์กรได้พูดถึงคำว่า “New Normal” กันอย่างหนาหู ตามที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ ผ่านสื่อเมื่อหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา New Normal คืออะไร? และเกี่ยวข้องกับนักบัญชีในมิติใดบ้าง? บทความฉบับนี้มีคำตอบให้ค่ะ
            New Normal หรือ New Norm หมายถึง “ความปกติใหม่” นั้นคือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คนในการใช้ชีวิตประจำวันและการขับเคลื่อนทางเทคโนโลยีโดยเฉพาะออนไลน์ เป็นที่ทราบการดีว่าการแพร่ระบาดของ COVID-19 นั้น ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรงและเป็นวงกว้าง ทำให้โลกเข้าสู่สภาวะถดถอยอย่างมาก ธุรกิจประเภทที่ปรับตัวได้จะยังคงอยู่รอดและสามารถเติบโตต่อไป ในหลายบริษัทจึงต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานใหม่ ๆ ให้เป็นไปตามสภาวะการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน สำหรับนักบัญชีการเงินจำเป็นต้องปรับวิธีการทำงานให้ยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้นจากเดิมเราจะเห็นกันมาตลอดว่างานบัญชีจำเป็นต้องใช้เอกสารมากมาย งานบัญชีจำเป็นต้องปฏิบัติงานในออฟฟิศเท่านั้น แต่เมื่อเกิดวิกฤต COVID-19 ขึ้น จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องค้นหาแนวทางการทำงานใหม่เพื่อรองรับการทำงานหลังยุค Post COVID-19

  • โลกที่การปิดบัญชีทำได้แม้ไม่ได้อยู่ในออฟฟิศ
    ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หลายบริษัทมีการอนุโลมให้ทำงานที่บ้านโดยใช้เทคโนโลยีออนไลน์เข้ามาช่วย หลายสถานศึกษาจัดให้มีการเรียนการสอนทางออนไลน์กันมากขึ้น ในเวลาเดียวกันการตกงานและว่างงานก็จะเพิ่มขึ้นอาชีพอิสระใหม่ ๆ ที่เข้ามาตอบโจทย์ในเส้นทางนี้ก็อาจจะเกิดขึ้นมากมาย สำหรับนักบัญชีแล้วอาจจะต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันที่มีผลต่อการดำเนินของกิจการอย่างมาก เนื่องจากฝ่ายการเงินและบัญชี ถือเป็นศูนย์กลางของความอยู่รอดทางธุรกิจ นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูล ทำให้องค์กรต่าง ๆ อยู่ในระหว่างพิจารณาทบทวนโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีของตนเอง รวมถึงรวบรวมเครื่องมือเพื่อการเชื่อมต่อ และการบริหารจัดการทางไกล เพื่อรับมือกับการปรับเปลี่ยนระบบด้วยเหตุนี้ นักบัญชีการเงินจึงจำเป็นต้องมีความรู้ด้านแนวคิดการบริหารจัดการมีความเข้าใจพื้นฐานด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศจึงจะสามารถวางระบบสารสนเทศทางการบัญชีให้มีความสามารถเพียงพอที่จะให้ข้อมูลสนับสนุนการบริหารจัดการต่าง ๆ รวมถึงจะต้องรู้จักการเรียกใช้ความสามารถของระบบสารสนเทศอีกด้วย

  • Work Form Home – สร้างประโยชน์หรือเสียหาย?
    Work Form Home คือ การทำงานหรือทำธุรกิจในปัจจุบัน ที่สามารถทำที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้เพียงแค่มีอุปกรณ์สื่อสาร เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ต วิกฤติ COVID-19 ทำให้นักบัญชีก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงาน จากที่เมื่อก่อนนักบัญชีต้องนั่งทำงานอยู่แค่เพียงในออฟฟิศเท่านั้นและเมื่อ Work Form Home ทำให้นักบัญชีไม่ได้นั่งทำงานกับเพื่อนร่วมงานจึงไม่มีใครสามารถตอบคำถามได้ในทันที ดังนั้น ความยืดหยุ่น ความโปร่งใสและการทำงานได้ด้วยตัวเอง จึงถือเป็นปัจจัยสำคัญ ที่หลายองค์กรต่างเริ่มมองเห็นถึงข้อได้เปรียบในการใช้ซอฟต์แวร์คลาวด์กับขั้นตอนการทำงานต่าง ๆเพราะทีมงานไม่เพียงแค่ที่สามารถเข้าถึงระบบงานได้จากทางไกล และทำงานผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้เท่านั้น แต่ยังสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนรวม ผังระบบงานต่าง ๆ ที่ถูกรวบรวมไว้ และยังสามารถติดตามเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ตลอดเวลาด้วยสิ่งรองรับความปลอดภัยนี้ช่วยลดปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในการทำงาน ในขณะที่ยังเป็นการรักษามาตรฐานการทำงานได้อย่างดี

  • เพราะเหตุใดบริษัทบางแห่งจึงสามารถทำงานนอกสถานที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าบริษัทอื่น ๆ ?
    ทีมงานฝ่ายการเงินและบัญชีของบริษัทต่าง ๆ นั้นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีการประมวลผลบนระบบคลาวด์อย่างมากในการสะสางงานบัญชีค้างรับค้างจ่าย งานปรับบัญชี และธุรกรรมภายในบริษัท ย่อมสามารถปิดงานบัญชีได้อย่างราบรื่นกว่าทีมที่ใช้เทคโนโลยีของบริษัทบนเครือข่ายส่วนตัวข้ามประเทศ (VPN) หรือทีมที่ป้อนข้อมูลลงซอฟต์แวร์ตารางทำงาน(Spreadsheet) ด้วยตนเอง โดยบริษัทที่ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีคลาวด์ต่างพบว่า VPN ยังทำงานได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากถูกสร้างมาเพื่อให้ทำงานได้รวดเร็ว ดังนั้นจึงทำให้ซอฟต์แวร์ตารางทำงาน(Spreadsheet) มักเกิดข้อผิดพลาดอยู่เสมอ อีกทั้งบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีการประมวลผลบนระบบคลาวด์ยังสามารถตรวจดูกิจกรรมต่าง ๆ ได้บนแผงควบคุมเดียว ซึ่งมองเห็นสถานะของงานสำคัญทั้งหมดได้แบบเรียลไทม์ อาทิ การสรุปข้อมูล รายการคงค้าง ฯลฯ ซึ่งสร้างความมั่นใจว่าฝ่ายการเงินจะมีข้อมูลปัจจุบันที่แม่นยำ

  • ความตระหนักด้านสุขอนามัยที่มากขึ้น
    จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ตระหนักในด้านการดูแลสุขภาพและสุขอนามัยทั้งของตนเองและของส่วนรวมมากขึ้น เนื่องจากการรักษาสุขภาพตนเองให้ดีอยู่เสมอ การทานอาหารที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน จะช่วยป้องกันตนเองจากไวรัสได้ อีกทั้งสถานที่ให้บริการต่าง ๆ จะมีเจลแอลกอฮอล์รวมถึงมีบรรจุภัณฑ์ถูกสุขอนามัยให้ลูกค้า การเว้นระยะห่างและช่องชำระสินค้า การช้อปปิ้งแบบใหม่จะชำระเงินอัตโนมัติรวมทั้งบริการต่าง ๆ ที่ใช้การสั่งงานด้วยเสียงอาจเป็นบริการใหม่ที่อาจตามมาในไม่ช้า

  • New Normal กับยุค Telehealth
    ในช่วงการระบาดของ COVID-19 จากมาตรการ Social Distancing ทำให้นักบัญชีและผู้คนจำนวนมาก มักจะหาข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเพื่อสังเกตอาการของตนเองหรือใช้บริการการดูแลสุขภาพผ่านระบบ Telehealth นั้นคือ การนำเทคโนโลยีการสื่อสารรูปแบบต่าง ๆ มาสนับสนุนการให้บริการทางสุขภาพที่หลากหลาย เช่น
         - การให้คำปรึกษา การติดตามอาการ การแปลผลตรวจสุขภาพกับแพทย์ผ่านระบบ Virtual Hospital
         - การให้บริการเจาะเลือด ตรวจสุขภาพ ฉีดวัคซีน ส่งยา ทำกายภาพ ทำแผล และอื่น ๆ
    สำหรับประเทศไทยเองนั้น Telemedicine ยังมีข้อจำกัดในหลายด้าน หนึ่งในข้อจำกัดที่สำคัญคือ การที่แพทย์ไม่สามารถตรวจร่างกายผู้ป่วยได้ ซึ่งในการให้คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์นั้น บ่อยครั้งที่แพทย์ต้องการข้อมูลจากการฟังเสียงปอด ฟังเสียงหัวใจ ดูลำคอและอื่น ๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ
    ในทุกวิกฤตินั้นไม่ได้ย่ำแย่ แต่มีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ ขอให้เรารับมือกับมันอย่างมีสติและใช้ความคิดให้รอบคอบ โรคระบาดทำให้เราหวาดกลัว และในขณะเดียวกันก็ทำให้เราได้เรียนรู้วิธีป้องกันตัวเองมากขึ้น โรคระบาดทำให้หลายธุรกิจหยุดชะงัก ทำให้หลายอาชีพต้องหยุดดำเนินงาน แต่อาจเป็นโอกาสในการกลับมาตั้งหลัก เพื่อเตรียมก้าวเดิน หรือก้าวกระโดดไปให้ไกลกว่าเดิม เพราะฉะนั้นขอแค่เราอย่าท้อแท้ แต่ให้มองหาโอกาสที่เป็นทางเลือกสู่ทางรอดในยามวิกฤติของเราให้เจอ


ที่มา:
https://www.sanook.com/health/22569/
https://techsauce.co/pr-news/asia-account-new-normal-covid-19

เรียบเรียงโดย..ส่วนงานสื่อสารองค์กร


โพสต์เมื่อ :
1 มิ.ย. 2563 13:38:26
 10161
ผู้เข้าชม
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์